ผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง

จาก สารานุกรมสรรพสามิต
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา

เข้าชมรายละเอียดของสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอางตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 คลิกที่นี่

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง

โอ เดอ โคโลน (Eau de Cologne 1280469)

ความหมายของสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง

“ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม” หมายความว่า น้ำหอม หัวน้ำหอม น้ำมันหอม และสิ่งที่ทำให้มีกลิ่นหอมต่างๆ แต่ไม่รวมถึง
  1. หัวน้ำหอมที่ใช้ได้เฉพาะในการผลิตสินค้า และ
  2. สินค้าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
“เครื่องสำอาง” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์สิ่งปรุงแต่ง เพื่อใช้บนผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์สำหรับทำความสะอาด ป้องกัน แต่งเสริม ให้เกิดความงามหรือเปลี่ยนแปลงรูปลักษณะโดยถู ทา พ่น หรือโรย เป็นต้น แต่ไม่รวมถึง
  1. เภสัชผลิตภัณฑ์ และ
  2. สินค้าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา


ประเภทของน้ำหอม แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
  1. Perfume เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมสูงสุด (หัวน้ำหอม 10 – 15% แอลกอฮอล์ 85 – 90% และน้ำ 0 – 5%) ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่ติดทนนานกว่า 24 ชั่วโมง
  2. Eau de toilette เป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมในอัตราส่วนที่ค่อนข้างพอดี (หัวน้ำหอม 5 – 7% แอลกอฮอล์ 75 – 80% และน้ำ 15 – 20%) ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่ติดทนนานประมาณ 8 ชั่วโมง
  3. Cologne เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของหัวน้ำหอมต่ำมาก (หัวน้ำหอม 2 – 3% แอลกอฮอล์ 60 – 65% และน้ำ 30 – 35%) ส่วนใหญ่จะให้กลิ่นที่อยู่ได้นานประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงเท่านั้น


ลักษณะพิเศษของการจัดเก็บภาษี คือ การยกเว้นภาษี
  1. น้ำมันหอม
  2. น้ำหอม และหัวน้ำหอมซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ผลิตในประเทศ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 41) ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2540))

ประเภทสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอางตามชนิดของสินค้า

  • ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม
    • น้ำหอม
      • โอ เดอ พาร์ฟูม (Eau de parfum)
      • โอ เดอ ตัวเลต (Eau de toilette)
      • โอ เดอ โคโลน (Eau de cologne)
    • หัวน้ำหอม
    • น้ำมันหอม

คุณลักษณะสินค้า

คุณลักษณะสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง
ลำดับที่ ชื่อข้อมูลคุณสมบัติ ความหมาย
1 ชื่อผลิตภัณฑ์ (แบบหรือรุ่น) รุ่นของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย
2 ยี่ห้อ เครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 ให้ใส่ชื่อเครื่องหมายการค้าหลักของสินค้าหรือบริการ
3 เป็นสินค้าส่งออกหรือจำหน่ายในประเทศ ระบุว่าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายในประเทศ หรือ เพื่อเป็นสินค้าส่งออก
4 เป็นสินค้านำเข้าหรือไม่ ระบุว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศหรือไม่
5 ค่าปริมาณหัวน้ำหอม ระบุร้อยละของปริมาณหัวน้ำหอมในผลิตภัณฑ์
6 ค่าปริมาณแอลกอฮอล์ ระบุร้อยละของปริมาณแอลกอฮอล์ในผลิตภัณฑ์
7 เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ผลิตในประเทศ ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ผลิตในประเทศ หรือไม่
8 ความจุต่อหน่วย (ขวด) ระบุปริมาตรสุทธิของผลิตภัณฑ์นี้ต่อหนึ่งขวด หน่วยเป็น มิลลิลิตร (ml.)
9 ชนิด ระบุชนิดของผลิตภัณฑ์เครื่องหอม ได้แก่ โอ เดอ พาร์ฟูม, โอ เดอ ตัวเลต, โอ เดอ โคโลน, หัวน้ำหอม, น้ำมันหอม
10 ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม ต่อหน่วย (ขวด) ราคาขายสินค้าต่อหน่วยที่โรงอุตสาหกรรมซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเก็บเพื่อมหาดไทย แต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอางในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

พิกัดภาษีสรรพสามิตผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง

ประเภทที่ รายการ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามมูลค่าร้อยละ ลดลงเหลือ/ยกเว้น ตามมูลค่าร้อยละ
07.01 - น้ำหอม หัวน้ำหอม และน้ำมันหอม
07.01(1) (1) น้ำหอมและหัวน้ำหอมแต่ไม่รวมถึงน้ำหอมและหัวน้ำหอม ตาม (3) 20 15
07.01(2) (2) น้ำมันหอม 20 ยกเว้นภาษี
07.01(3) (3) น้ำหอมและหัวน้ำหอม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่ผลิตในประเทศ 20 ยกเว้นภาษี

บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง

ระบบค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง เป็นบริการของกรมสรรพสามิตที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดอัตราอัตราภาษีของสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง โดยระบบจะค้นหาพิกัดอัตราอัตราภาษีที่ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าที่ผู้ใช้ระบุ พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีตามปริมาณ อัตราภาษีตามมูลค่า และโปรแกรมช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของสินค้า

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

หมายเลขแบบ ชื่อแบบ ดาวน์โหลด Pdf-icon.png
ภษ.01-04 คำขอจดทะเบียนสรรพสามิต
ภษ.01-05 คำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต คำขอย้ายหรือเลิกหรือโอนกิจการโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการ
ภษ 01-12 แบบรายงานภาษี
ภษ.01-15 คำขอชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำ สินค้า ออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ภษ.01-28 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ภษ.01-28/1 แบบคำขอยกเว้น สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บพักไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า
ภษ.01-35 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี
ภษ.01-42 งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายและยอดคงเหลือสินค้า
ภษ.01-44 แบบแจ้งราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

กรณีทราบราคาขายสุทธิ

น้ำหอม 10 ขวด ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย) ขวดละ 500 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = มูลค่า x อัตราภาษี
                       = (10 x 500) x 15/100
                       = 750 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 750 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 75 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 825 บาท

กรณียังไม่ทราบราคาขายสุทธิ

น้ำหอม 10 ขวด ขวดละ 500 บาท (ราคาต้นทุน + กำไรที่ยังไม่ได้รวมภาษีสรรพสามิต) อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม x อัตราภาษี)/(1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((500 x 10) x 0.15)/(1-(1.1 x 0.15))
                      = 898.20 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต =898.20 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10 ของภาษี = 89.82 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 988.02 บาท

กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

บริษัท เอ บี นำเข้าน้ำหอม จำนวน 500 ขวด ราคา ซี.ไอ.เอฟ. 185,250 บาท (คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) อากรขาเข้า 78,000 บาท อากรพิเศษ 7,800 บาท และอัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต   = ((C.I.F. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม) x อัตราภาษี) / (1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((185,250 + 78,000 + 7,800) x 0.15) / (1-(1.1 x 15 / 100))
                       = 40,657.5 / 0.835
                       = 48,691.62 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 48,691.62 บาท พร้อมด้วยภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 4,869.16 บาท รวมภาษีที่ต้องชำระ = 53,560.78 บาท

พิกัดศุลกากร (Harmonize) สินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง

พิกัดศุลกากร (Harmonize) สินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง สำหรับการนำเข้า/ส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง จำเป็นที่จะต้องดำเนินการผ่านกรมศุลกากร และในการแจ้งขออนุญาตนำเข้า/ส่งออกสินค้า จำเป็นที่จะต้องทราบพิกัดของศุลกากร ดังนั้นเพื่อให้สามารถระบุพิกัดศุลกากร สำหรับการแจ้งขออนุญาตหรือชำระภาษีผ่านศุลกากรได้ จึงได้จับคู่พิกัดสินค้าของกรมสรรพสามิตกับพิกัดศุลกากรของสินค้าผลิตภัณฑ์เครื่องหอมและเครื่องสำอาง