สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

จาก สารานุกรมสรรพสามิต
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา

เข้าชมรายละเอียดของสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศตามพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 คลิกที่นี่

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

รูปที่ 1-1 สาระสำคัญที่เป็นส่วนประกอบของสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (Ozone Depleting Substances, ODS) เป็นกลุ่มของสารประเภท ไฮโดรคาร์บอนที่มีองค์ประกอบเป็นคลอรีน ฟลูออรีน และโบรมีน หรือกลุ่มของสารประเภทฮาโลเจเนเต็ตไฮโดรคาร์บอน (Halogenated Hydrocarbon) ดังแสดงในรูปที่ 1-1 ตัวอย่างสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนเช่น สารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbon, CFCs) ไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (Hydrochlorofluorocarbon, HCFCs) หรือ ฮาลอน (Halons) เป็นต้น องค์ประกอบของสารในกลุ่มนี้ เมื่อมีการสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศระดับสตราโทสเฟียร์ ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศที่มีโอโซน (O3) จะเกิดการแตกตัว และมีการทำปฏิกิริยากับโมเลกุลของโอโซน มีผลทำให้โมเลกุลโอโซนนั้นถูกทำลาย ซึ่งความสำคัญของโอโซนคือทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้รังสีอัลตราไวโอเล็ต (UV) ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกทะลุผ่านเข้ามาสู่ชั้นบรรยากาศ ในปริมาณที่มากเกินไปจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หรือส่งกระทบต่อระบบนิเวศของโลกได้ ชั้นบรรยากาศของโลก

โดยกลไกในการทำลายโอโซนของสารในกลุ่มนี้ เริ่มต้นจากการที่สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนมีการลอยตัวสูงขึ้นไปในบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์ และได้ดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเล็ต ทำให้โมเลกุลของสารดังกล่าวแตกตัวให้อะตอมของคลอรีน (CI) และเมื่ออะตอมของคลอรีนไปทำปฏิกิริยากับโอโซน เกิดเป็นสารประกอบชื่อคลอรีนโมโนออกไซด์ (ClO) และก๊าซออกซิเจน (O2) โดยที่คลอรีนในสารประกอบคลอรีนโมโนออกไซด์ จะหลุดออกมาและไปทำลายโอโซนหรือทำให้โอโซนเกิดการแตกตัว โดยมีการดึงอะตอมของออกซิเจนออกมาต่อเนื่องกันไป โดยที่อะตอมของคลอรีนที่หลุดออกมา 1 อะตอมนั้น มีความสามารถในการทำลายโอโซน 1 โมเลกุลได้เป็นพันครั้ง เพราะเมื่อคลอรีนโมโนออกไซด์มีการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนอะตอมเดี่ยว ก็จะทำให้เกิดคลอรีนอะตอมเดี่ยวขึ้นอีกครั้ง เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่เป็นการทำลายโอโซนไปอย่างต่อเนื่อง

ความหมายของสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน
ประเทศไทยได้เป็นหนึ่งในภาคีสมาชิกของพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ในปี พ.ศ. 2532 รวมถึงเป็นประเทศภาคีของอนุสัญญาเวียนนาว่าด้วยการป้องกันชั้นบรรยากาศโอโซนด้วย ซึ่งมีพันธกรณีที่ต้องดำเนินการลดและเลิกใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ให้เสร็จสิ้นภายในปี พ.ศ. 2553 จึงเป็นที่มาของการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดประเภทสินค้าตามพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2545 เพื่อใช้เป็นมาตรการในการสนับสนุนการดำเนินการตามพันธกรณีดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วง โดยพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้มีสาระสำคัญคือ กำหนดให้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนประเภทอนุพันธ์ชนิดฮาโลเจเนเต็ดของไฮโดรคาร์บอน เป็นสินค้าที่ต้องจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในประเภทที่ 08.90 ตอนที่ 8 สินค้าอื่น ๆ ของพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ความหมายตามพระราชบัญญัติสารทำลายโอโซน พุทธศักราช 2486 คำว่า สารทำลายโอโซน หมายความว่า สารทำลายโอโซนซึ่งทำด้วยกระดาษหรือหนัง รวมถึงสารทำลายโอโซนซึ่งทำด้วยพลาสติก วัตถุจำพวก พลาสติก หรือวัตถุเทียมหนัง หรือซึ่งทำด้วยวัตถุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง สารเคมีที่จัดว่าเป็นสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ได้แก่

  • คาร์บอนเตตระคลอไรด์
    ตารางที่ 1-1 ตัวอย่างค่า ODP ของสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนบางชนิด
  • ไตรคลอโรอีเทน
  • ไตรคลอโรฟลูออโรมีเทน
  • ไดคลอโรไดฟลูออโรมีเทน
  • ไตรคลอโรไตรฟลูออโรอีเทน
  • ไดคลอโรเตตระฟลูออโรอีเทน
  • คลอโรเพนตะฟลูออโรอีเทน
  • โบรโมคลอโรไดฟลูออโรมีเทน
  • โบรโมไตรฟลูออโรมีเทน
  • ไดโบรโมเตตระฟลูออโรอีเทน
  • อื่นๆ

สารเคมีเหล่าจะนี้มีความสามารถในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน หรือที่เรียกว่า ศักยภาพในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (Ozone Depleting Potential, ODP) แตกต่างกัน โดยสารที่มีค่า ODP มากจะมีศักยภาพในการทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนสูงกว่าสารที่มีค่า ODP ต่ำดังแสดงในตาราง 1-1

คุณลักษณะสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

คุณลักษณะสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน
ลำดับที่ คุณลักษณะสินค้า ความหมาย
1 ข้อมูลเกี่ยวกับสารเคมี ข้อมูลประเภทสารเคมี
2 องค์ประกอบส่วนผสม องค์ประกอบส่วนผสมสำคัญของสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน
3 ข้อมูลอันตราย ข้อมูลผลกระทบและอันตรายของสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน
4 มาตรฐานการปฐมพยาบาล มาตรฐานวิธีการปฐมพยาบาล
5 มาตรฐานผจญเพลิง มาตรฐานวิธีการป้องกันอัคคีภัย
6 มาตรการเมื่อรั่วไหล มาตรการดำเนินการเมื่อมีการรั่วไหลของสารเคมี
7 ข้อปฏิบัติการเก็บรักษา รายละเอียดสำคัญในการเก็บรักษา
8 การควบคุมการสัมผัสสาร ข้อมูลการควบคุมเมื่อมีการสัมผัสสาร
9 สมบัติทางเคมีและกายภาพ คุณสมบัติสำคัญทางเคมีและกายภาพของสารเคมี
10 ความเสถียรต่อปฏิกริยา ความเสถียรต่อปฏิกริยาของสารเคมี

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

พิกัดภาษีสรรพสามิตสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

ประเภทที่ รายการ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามมูลค่าร้อยละ ลดลงเหลือ/ยกเว้น ตามมูลค่าร้อยละ
ตอนที่ 8 สินค้าอื่นๆ
สินค้าอื่นๆนอกจากตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 7 ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษีกา
08.90(5) สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซนประเภทอนุพันธ์ฮาโลเจเนเต็ดของไฮโดรคาร์บอน
08.90(5)(5.1) (5.1) คาร์บอนเตตระคลอไรด์ 30 30
08.90(5)(5.2) (5.2) ไตรคลอโรอีเทน 30 30
08.90(5)(5.3) (5.3) ไตรคลอโรฟลูออโรมีเทน 30 30
08.90(5)(5.4) (5.4) ไดคลอโรไดฟลูออโรมีเทน 30 30
08.90(5)(5.5) (5.5) ไตรคลอโรไตรฟลูออโรอีเทน 30 30
08.90(5)(5.6) (5.6) ไดคลอโรเตตระฟลูออโรอีเทน 30 30
08.90(5)(5.7) (5.7) คลอโรเพนตะฟลูออโรอีเทน 30 30
08.90(5)(5.8) (5.8) โบรโมคลอโรไดฟลูออโรมีเทน 30 30
08.90(5)(5.9) (5.9) โบรโมไตรฟลูออโรมีเทน 30 30
08.90(5)(5.10) (5.10) ไดโบรโมเตตระฟลูออโรอีเทน 30 30
08.90(5)(5.11) (5.11) อื่น ๆ นอกจาก (5.1) ถึง (5.10) 30 30


บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน

ระบบค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน เป็นบริการของกรมสรรพสามิตที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดอัตราอัตราภาษีของสินค้าสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน โดยระบบจะค้นหาพิกัดอัตราอัตราภาษีที่ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าที่ผู้ใช้ระบุ พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีตามปริมาณ อัตราภาษีตามมูลค่า และโปรแกรมช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของสินค้า

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

หมายเลขแบบ ชื่อแบบ ดาวน์โหลด Pdf-icon.png
ภษ.01-04 คำขอจดทะเบียนสรรพสามิต
ภษ.01-05 แบบคำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต คำขอย้ายหรือเลิกหรือโอนกิจการโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการ
ภษ.01-12 แบบรายการภาษีสรรพสามิต
ภษ.01-15 แบบคำขอชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ภษ.01-28 แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ภษ.01-28/1 แบบคำขอยกเว้น สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า
ภษ.01-34 แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีสรรพสามิต
ภษ.01-35 แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษี
ภษ.01-42 แบบงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายและยอดคงเหลือสินค้า
ภษ.01-44 แบบแจ้งราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

ตัวอย่างกรณีที่นำเข้าจากต่างประเทศ
บริษัท เวบแพก กรุ๊ป จำกัด นำเข้าสารซีเอฟซี 15,000 กรัม ราคา ซี.ไอ.เอฟ. 18,000 บาท (คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) อากรขาเข้า 12,500 บาท และอัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 30 จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 13,656.72 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 1,365.67 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 15,022.39 บาท

ภาษีสรรพสามิต = ((C.I.F. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม) x อัตราภาษี) / (1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((18,000 + 12,500 ) x 30 /100)/(1-(1.1 x 30 / 100))
                       = 13,656.72 บาท
                       = 600 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 13,656.72 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 1,365.67 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 15,022.39 บาท