แก้วและเครื่องแก้ว

จาก สารานุกรมสรรพสามิต
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา

เข้าชมรายละเอียดของสินค้าแก้วและเครื่องแก้วตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 คลิกที่นี่

ความรู้ทั่วไปของแก้วและเครื่องแก้ว

แก้วและเครื่องแก้ว
แก้วเครื่องดื่มแบบเสต็มแวร์ (ทรงสูง มีก้าน)

ความหมายของสินค้าแก้วและเครื่องแก้ว

ผลิตภัณฑ์แก้วและเครื่องแก้ว คือ แก้วที่มีส่วนประกอบของตะกั่ว ใช้ทำเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ สิ่งตกแต่งทั่วไป รวมถึงเครื่องใช้ที่ต้องการความสวยงาม เช่น ลูกปัด แจกัน นาฬิกา แก้ว เป็นต้น ประเภทของแก้วเลดคริสตัล แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
  1. แก้วอ่อน (Soda Lime) มีโซดาและหินปูนเป็นองค์ประกอบร่วมกับทราย มีทรายแก้ว 71 – 75% โซดา 12 – 16% และสารประกอบอื่น ๆ แก้วชนิดนี้เป็นแก้วที่ใช้เป็นขวด กระปุก ขวดน้ำดื่ม หรือบานกระจกประตูหน้าต่าง
  2. แก้วคริสตัล (Lead Glass) ประกอบด้วยทรายแก้ว 54 – 65% ออกไซด์ของตะกั่ว 18 – 38% โซดา 13 – 15% แก้วชนิดนี้มีค่าดัชนีหักเหแสงสูง ส่องประกายแวววาว จึงนำมาใช้เป็นภาชนะสวยงามบนโต๊ะอาหาร แจกัน แก้วน้ำ และอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ๆ
  3. แก้วบอรอซิลิเคต (Borosilicate) เป็นแก้วชนิดที่มีโบริกออกไซด์เป็นองค์ประกอบมีทรายแก้ว 70 – 80% โบริกออกไซด์ 7 – 13% และอลูมิเนียมออกไซด์ 2 – 7% แก้วชนิดนี้มีความทนทานต่อการกัดกร่อนของสารเคมี และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จึงเป็นแก้วที่ใช้กันมากในอุตสาหกรรมเคมีและในห้องปฏิบัติการต่าง ๆ รวมทั้งเป็นหลอดและขวดบรรจุยาในวงการเภสัชกรรม และใช้เป็นโคมแก้วในหลอดไฟ และอุปกรณ์เครื่องครัวชนิดทนความร้อนที่ใช้ในเตาอบได้

ประเภทสินค้าแก้วและเครื่องแก้วตามชนิดของสินค้า

  • ชนิดของแก้วและเครื่องแก้ว
    • ใช้ตกแต่งภายในบ้าน สำนักงาน
      • แก้วเครื่องดื่มแบบเสต็มแวร์ (ทรงสูง มีก้าน)
      • แก้วเครื่องดื่มอื่นๆ
      • เครื่องแก้วชนิดที่ใช้บนโต๊ะอาหาร (นอกจากแก้วเครื่องดื่ม) หรือใช้ในครัว
      • เครื่องแก้วอื่นๆ
    • ใช้เป็นเครื่องประดับ
      • ลูกปัด ไข่มุกเทียม รัตนชาติเทียมหรือกึ่งรัตนชาติเทียม และแก้วทำเป็นของขนาดเล็กที่คล้ายกัน
      • ลูกกลมแล้วขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 1 มิลลิเมตร

คุณลักษณะสินค้า

คุณลักษณะสินค้แก้วและเครื่องแก้ว
ลำดับที่ ชื่อข้อมูลคุณสมบัติ ความหมาย
1 ชื่อผลิตภัณฑ์ (แบบหรือรุ่น) รุ่นของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย
2 ยี่ห้อ เครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 ให้ใส่ชื่อเครื่องหมายการค้าหลักของสินค้าหรือบริการ
3 มีส่วนผสมทางเคมีที่ทำให้เกิดความแวววาว แกะสลักได้ง่ายหรือไม่ ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนผสมทางเคมีที่ทำให้เกิดความแวววาว แกะสลักได้ง่าย ได้แก่ ตะกั่วออกไซด์ (PbO), แบเรียมออกไซด์ (BaO), สังกะสีออกไซด์ (ZnO), โปแตสเซียมออกไซด์ (K2O) หรือไม่
4 สัดส่วนของส่วนผสมทางเคมีที่ทำให้เกิดความแวววาว แกะสลักได้ง่าย ระบุชื่อและร้อยละของส่วนผสมทางเคมีที่ทำให้เกิดความแวววาว แกะสลักได้ง่าย ได้แก่ ตะกั่วออกไซด์ (PbO), แบเรียมออกไซด์ (BaO), สังกะสีออกไซด์ (ZnO), โปแตสเซียมออกไซด์ (K2O)
5 นำไปเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าหรือสิ่งของอื่นหรือไม่ นำไปเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าหรือสิ่งของอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
6 ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรมต่อชิ้น ราคาขายสินค้าต่อหน่วยที่โรงอุตสาหกรรมซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเก็บเพื่อมหาดไทย แต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
7 เป็นสินค้ายกเว้นหรือไม่ เป็นสินค้ายกเว้น ได้แก่ เครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณเทียม หรือ อวัยวะเทียม หรือไม่ (ไม่เข้าพิกัด)
8 เป็นสินค้าส่งออกหรือจำหน่ายในประเทศ ระบุว่าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายในประเทศ หรือ เพื่อเป็นสินค้าส่งออก
9 เป็นสินค้านำเข้าหรือไม่ ระบุว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศหรือไม่
10 วัตถุประสงค์การใช้งาน ชนิดของผลิตภัณฑ์โดยดูจากวัตถุประสงค์การใช้งาน ได้แก่ แก้วเครื่องดื่มแบบสเต็มแวร์ (ทรงสูง มีก้าน)/ แก้วเครื่องดื่มอื่น ๆ/ เครื่องแก้วชนิดที่ใช้บนโต๊ะอาหาร (นอกจากแก้วเครื่องดื่ม) หรือใช้ในครัว/ เครื่องแก้วอื่น ๆ / ลูกปัด ไข่มุกเทียม รัตนชาติเทียมหรือกึ่งรัตนชาติเทียม และแก้วทำเป็นของขนาดเล็กที่คล้ายกัน/ ลูกกลมแก้วขนาดเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ม.ม.

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าแก้วและเครื่องแก้วในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

พิกัดภาษีสรรพสามิตสินค้าแก้วและเครื่องแก้ว

ประเภทที่ รายการ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามมูลค่าร้อยละ ลดลงเหลือ/ยกเว้น ตามมูลค่าร้อยละ
04.01 แก้วเลดคริสตัลและแก้วคริสตัลอื่นๆ
04.01(1) (1) ชนิดใช้บนโต๊ะอาหาร ในครัว ในห้องน้ำ ในสำนักงานใช้ตกแต่งภายในหรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่คล้ายกัน 30 15
04.01(2) (2) ลูกปัด ไข่มุกเทียม รัตนชาติเทียมหรือกึ่งรัตนชาติเทียมและแก้วทำเป็นของขนาดเล็กที่คล้ายกัน และของทำด้วยของดังกล่าว นอกจากเครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณที่เป็นของเทียม ลูกตาแก้วนอกจากที่เป็นอวัยวะเทียม รูปปั้นขนาดเล็ก และเครื่องประดับอื่นๆ ทำด้วยแก้วที่ทำเป็นรูปโดยใช้ตะเกียงฟู่ นอกจากเครื่องเพชรพลอยและรูปพรรณที่เป็นของเทียม ลูกกลมขนาดเล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 มิลลิเมตร 30 15
04.01(3) (3) สินค้าตาม (1) หรือ (2) ที่นำไปเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าหรือสิ่งของอื่น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด 30 ยกเว้นภาษี
04.01(4) (4) อื่นๆ 30 ยกเว้นภาษี

บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าแก้วและเครื่องแก้ว

ระบบค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าแก้วและเครื่องแก้ว เป็นบริการของกรมสรรพสามิตที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดอัตราอัตราภาษีของสินค้าแก้วและเครื่องแก้ว โดยระบบจะค้นหาพิกัดอัตราอัตราภาษีที่ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าที่ผู้ใช้ระบุ พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีตามปริมาณ อัตราภาษีตามมูลค่า และโปรแกรมช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของสินค้า

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

หมายเลขแบบ ชื่อแบบ ดาวน์โหลด Pdf-icon.png
ภษ.01-04 คำขอจดทะเบียนสรรพสามิต
ภษ.01-05 คำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต คำขอย้ายหรือเลิกหรือโอนกิจการโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการ
ภษ 01-12 แบบรายงานภาษี
ภษ.01-15 คำขอชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำ สินค้า ออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ภษ.01-28 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ภษ.01-28/1 แบบคำขอยกเว้น สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บพักไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า
ภษ.01-35 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี
ภษ.01-42 งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายและยอดคงเหลือสินค้า
ภษ.01-44 แบบแจ้งราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม
ภษ.01-51 คำขอยกเว้นภาษีสรรพสามิต แก้วเลดคริสตัล และแก้วคริสตัลที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบนการผลิตสินค้าหรือสิ่งของอื่น
ภษ.01-51/1 คำขอยกเว้น ภาษีสรรพสามิต แก้วเลดคริสตัลและแก้วคริสตัลที่ นำไปใช้เป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบ ในการผลิตสินค้า หรือสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออก (กรณีวางหนังสือค้ำ ประกัน)

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

กรณีทราบราคาขายสุทธิ

แก้วเลดคริสตัล ชนิดที่ใช้บนโต๊ะอาหาร จำนวน 5 ชิ้น ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย) ชิ้นละ 1,500 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = มูลค่า x อัตราภาษี
                       = (5 x 1,500) x 15/100
                       = 1,125 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 1,125 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 112.50 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 1,237.50 บาท

กรณียังไม่ทราบราคาขายสุทธิ

แก้วเลดคริสตัล 3 ชิ้น ราคาชิ้นละ 5,000 บาท (ราคาต้นทุน + กำไรที่ยังไม่ได้รวมภาษีสรรพสามิต) อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม x อัตราภาษี)/(1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((3 x 5,000) x 0.15)/(1-(1.1 x 0.15))
                      = 2,694.61 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 2,694.61 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10 ของภาษี = 269.46 บาท รวมภาษีต้องชำระ =2,964.07 บาท

กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

บริษัท เอ บี นำเข้าแก้วเลดคริสตัล ราคา ซี.ไอ.เอฟ. 25,000 บาท (คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) อากรขาเข้า 2,500 บาท อากรพิเศษ 250 บาท และอัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต   = ((C.I.F. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม) x อัตราภาษี) / (1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((25,000 + 2,500 + 250) x 0.15) / (1-(1.1 x 15 / 100))
                       = 4,162.5 / 0.835
                       = 4,985.03 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 4,985.03 บาท พร้อมด้วยภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี =498.50 บาท รวมภาษีที่ต้องชำระ = 5,483.53 บาท

พิกัดศุลกากร (Harmonize) สินค้าแก้วและเครื่องแก้ว

พิกัดศุลกากร (Harmonize) สินค้าแก้วและเครื่องแก้ว สำหรับการนำเข้า/ส่งออกสินค้าแก้วและเครื่องแก้ว จำเป็นที่จะต้องดำเนินการผ่านกรมศุลกากร และในการแจ้งขออนุญาตนำเข้า/ส่งออกสินค้า จำเป็นที่จะต้องทราบพิกัดของศุลกากร ดังนั้นเพื่อให้สามารถระบุพิกัดศุลกากร สำหรับการแจ้งขออนุญาตหรือชำระภาษีผ่านศุลกากรได้ จึงได้จับคู่พิกัดสินค้าของกรมสรรพสามิตกับพิกัดศุลกากรของสินค้าแก้วและเครื่องแก้ว