การยกเว้นหรือคืนภาษี

1. การยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

รายการ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามกฎหมายปัจจุบัน
1. ผู้มีสิทธิ์ยื่น 1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตมีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้

2. ผู้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือ นำเข้าไปในเขตปลอดอากรและได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้นให้ดำเนินการขอยกเว้นหรือ คืนภาษีมีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้
3. นิติบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งได้ซื้อ หรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบ อุตสาหกรรมเป็นทอดแรกเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรโดยไม่ได้รับ มอบอำนาจจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมให้ใช้วิธีการคืนภาษี
4. บุคคลอื่นที่มิได้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก ให้ใช้วิธีการคืนภาษี

2. สถานที่ยื่น สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการตั้งอยู่
3. ยื่นต่อ - สรรพสามิตพื้นที่ โดยส่งทางโทรสาร นำส่งเอง หรือ

- ยื่นผ่านอินเตอร์เน็ต ที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

4. อัตราค่าธรรมเนียม ไม่มีอัตราค่าธรรมเนียม
5. แบบคำขอ+เอกสารประกอบ 1. แบบ ภษ.01-28

2. คู่ฉบับใบขนสินค้าขาออกฉบับมุมน้ำเงิน
3. เอกสารการสั่งซื้อสินค้า
4. ใบแสดงรายการและราคาสินค้า
5. สำเนาหลักฐานที่แสดงว่าจะมีการชำระราคาสินค้า
6. กรณีขอคืนภาษีจะต้องมีหลักฐานแสดงการเสียภาษีมาด้วยได้แก่ แบบรายการภาษีสรรพสามิต (ภษ.01-12) และใบเสร็จรับเงินค่าภาษีสรรพสามิต

6. ผู้มีอำนาจอนุมัติ/อนุญาต 1. สรรพสามิตพื้นที่ในกรณี

- น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไม่เกิน 100 ล้านบาท - รถยนต์ไม่เกิน 50 ล้านบาท - สินค้าอื่นๆ ไม่เกิน 10 ล้านบาทและบริการไม่เกิน 1 ล้านบาท 2. ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคกรณีเกินอำนาจสรรพสามิตพื้นที่

7. ขั้นตอนการดำเนินการ 1. ผู้ส่งออกยื่นแบบ แบบ ภษ.01-28 จำนวน 2 ชุด พร้อมเอกสารประกอบก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า

2. เจ้าหน้าที่ลงทะเบียนรับ พร้อมส่งคืนแบบ ภษ. 01-28 ให้ผู้ส่งออก 1 ชุด
3. ผู้ส่งออกนำแบบ ภษ.01-28 กำกับไปกับสินค้าที่จะส่งออกไปทำพิธีการทางศุลกากร (เจ้าพนักงานศุลกากรตรวจสอบสินค้าและลงนามรับรองการส่งออก)
4. เมื่อส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้วผู้ส่งออกทำหนังสือ ขอคืนหรือยกเว้นภาษี พร้อมแบบ ภษ.01-28 ที่ผ่านพิธีการศุลกากรเรียบร้อยแล้วพร้อมเอกสารที่ เกี่ยวข้องคืนสำนักงานสรรพสามิตที่แห่งท้องที่ที่ขอส่งออกภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
5. เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบเอกสารแล้วทำหนังสือเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติยกเว้นหรือคืนภาษีแล้วแจ้งให้ผู้ส่งออกทราบ

ดูเอกสารแบบคำขอยกเว้นภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราขอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร แบบ ภษ.01-28

2. การขอยกเว้นสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บพักไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า

รายการ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามกฎหมายปัจจุบัน
1. ผู้มีสิทธิ์ยื่น 1. ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527

2. ผู้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรและได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบอุตสาหกรรม

2. สถานที่ยื่น สรรพสามิตพื้นที่
3. ยื่นต่อ - สรรพสามิตพื้นที่ โดยส่งทางโทรสาร นำส่งเอง หรือ

- ยื่นผ่านอินเตอร์เน็ต ที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th

4. อัตราค่าธรรมเนียม ไม่มีอัตราค่าธรรมเนียม
5. แบบคำขอ+เอกสารประกอบ แบบคำขอ แบบ ภษ.01-28/1
6. ผู้มีอำนาจอนุมัติ/อนุญาต สรรพสามิตพื้นที่
7. ขั้นตอนการดำเนินการ 1. ผู้ประกอบการยื่นแบบคำขอยกเว้นภาษี แบบ ภษ.01-28/1 จำนวน 3 ฉบับพร้อมเอกสาร ด้วยตนเอง หรือโทรสาร หรือ Internet ต่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่เพื่อลงรับพร้อมคืนแบบ แบบ ภษ.01-28/1 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม/ผู้ส่งออก 2 ชุด เพื่อ

กำกับไปกับสินค้าที่จะนำไปเก็บไว้ที่สถานที่เก็บสินค้าเพื่อรอการส่งออก 2. สรรพสามิตพื้นที่สั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตไปดำเนินการตรวจสอบสินค้าที่จะออกจากโรงอุตสาหกรรม
3. เจ้าพนักงานสรรพสามิตผู้รับผิดชอบไปดำเนินการตรวจนับสินค้าที่โรงอุตสาหกรรมและลงนามในแบบคำขอข้อ 7
4. ส่งแบบคำขอไปยังสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ (ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นสถานที่ที่เก็บสินค้าจากเจ้าพนักงานสรรพสามิตแล้ว)
5. ผู้ประกอบกิจการหรือผู้ส่งออกแจ้งให้สรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บสินค้านั้นตั้งอยู่ทราบเพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตมาตรวจสอบสินค้า
6. สรรพสามิตพื้นที่ที่สถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่สั่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตให้ไปตรวจสอบนับสินค้าที่สถานที่เก็บสินค้า และลงนามในแบบคำขอ ข้อ 8
7.ผู้ส่งออกส่งแบบ แบบ ภษ.01-28/1 ไปยังสำนักสรรพสามิตพื้นที่ที่ได้ยื่นคำขอไว้ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแบบคำขอดังกล่าวแล้วคืนให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ส่งออก

8. ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณา 30 นาที

ดูเอกสารแบบคำขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราขอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บพักไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า แบบ ภษ.01-28/1

3. การลดหย่อนภาษีสรรพสามิต

รายการ หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามกฎหมายปัจจุบัน
1. ผู้มีสิทธิ์ยื่น ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
2. สถานที่ยื่น สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่
3. ยื่นต่อ สรรพสามิตพื้นที่
4. อัตราค่าธรรมเนียม ไม่มีอัตราค่าธรรมเนียม
5. แบบคำขอ+เอกสารประกอบ 1. หนังสือแจ้งความประสงค์ขอลดหย่อนภาษี

2. แบบ ภษ.01-29
3. แบบ ภษ.01-30
4. โครงสร้างต้นทุน
5. สูตรการผลิต
6. ใบกำกับภาษีซื้อ
7. บัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต
8. แบบแจ้งราคาขาย

6. ผู้มีอำนาจอนุมัติ/อนุญาต สรรพสามิตพื้นที่
7. ขั้นตอนการดำเนินการ 1.ยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ขอลดหย่อนภาษีพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นท

2.พิจารณาตรวจสอบ วิเคราะห์ฯ อนุมัติและแจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมทราบ

8. ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณา ขึ้นอยู่กับเอกสารประกอบการพิจารณา ประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 5 วัน เว้นแต่หน่วยงานของกรมฯ ไม่มีเครื่องมือในการวิเคราะห์ต้องใช้หน่วยงานภายนอกอาจใช้เวลามากกว่า 1 เดือน

ดูเอกสารแบบรายการวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิตแบบ ภษ.01-29 ดูเอกสารแบบคำขอหักลดหย่อนภาษีสรรพสามิต สำหรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า แบบ ภษ.01-30

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20 กรกฎาคม 2558 เวลา 04:16