พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ

เข้าชมรายละเอียดของสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 คลิกที่นี่

ความรู้ทั่วไปของสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ

พรม
ขนแกะ

ความหมายของสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ

ผลิตภัณฑ์พรม คือ พรมและสิ่งทอปูพื้นทำด้วยขนสัตว์ ประเภทของพรม แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
  1. พรมทอมือ (Hand Tufted) เป็นพรมที่ทอด้วยเครื่องมือขนาดเล็กคล้ายกับเครื่องจักรมือ ทอลงบนผืนผ้าใบที่ได้ทำการลอกลายไว้แล้ว มีความหนาแน่นกว่าพรมทอเครื่องทั่วไป
  2. พรมทอเครื่อง (Machine Tufted) ทอด้วยเครื่องจักรทันสมัย สามารถทอได้ทั้งสีพื้น สีผสม และริ้วสลับสี สามารถปรับความถี่และความสูงของฝีเข็มได้ตามคุณภาพที่ต้องการ ใช้เวลาในการทอน้อย
  3. พรมอัด (Needle Punch) ทำจากเส้นใยโพลีโพรไพรลีน ทนต่อสิ่งสกปรก เหมาะกับงานแสดงสินค้า หรือบริเวณที่ใช้งานหนัก ไม่เน้นความสวยงาม
  4. พรมแผ่น (Carpet Tiles) พรมทีทอจากเครื่องมาตัดเป็นแผ่น
ลักษณะพิเศษของการจัดเก็บภาษี คือ การยกเว้นภาษีอื่น ๆ นอกจากพรมหรือสิ่งทอปูพื้นทำด้วยขนสัตว์ (ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 37) ลงวันที่ 4 กันยายน 2539)

ประเภทสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆตามชนิดของสินค้า

  • ประเภทสินค้าพรมฯ แบ่งตามชนิด
    • ถัก (Woven)
    • ผูกปม (Knotted)
    • ทอ (Tufted)

คุณลักษณะสินค้า

คุณลักษณะสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ
ลำดับที่ ชื่อข้อมูลคุณสมบัติ ความหมาย
1 ชื่อผลิตภัณฑ์ (แบบหรือรุ่น) รุ่นของผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย
2 ยี่ห้อ เครื่องหมายหรือ สัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 ให้ใส่ชื่อเครื่องหมายการค้าหลักของสินค้าหรือบริการ
3 ทำจากขนสัตว์หรือไม่ ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้มีขนสัตว์เป็นส่วนประกอบหรือไม่
4 ขนาด (ตารางเมตร ต่อ ผืน) ขนาดของผลิตภัณฑ์โดยระบุเป็นตารางเมตรต่อผืน
5 ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรมต่อผืน ราคาขายสินค้าต่อหน่วยที่โรงอุตสาหกรรมซึ่งรวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเก็บเพื่อมหาดไทย แต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
6 สัดส่วนของวัสดุที่ใช้ในการผลิต ชื่อและสัดส่วนของวัสดุหลักที่ใช้ผลิต เช่น Wool 100%
7 เป็นสินค้าส่งออกหรือจำหน่ายในประเทศ ระบุว่าเป็นสินค้าที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายในประเทศ หรือ เพื่อเป็นสินค้าส่งออก
8 เป็นสินค้านำเข้าหรือไม่ ระบุว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศหรือไม่
9 ชนิดของพรม ชนิดของผลิตภัณฑ์โดยดูจากวิธีการผลิต ได้แก่ Woven หรือ Knotted หรือ Tufted

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

พิกัดภาษีสรรพสามิตสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ

ประเภทที่ รายการ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามมูลค่าร้อยละ ลดลงเหลือ/ยกเว้น ตามมูลค่าร้อยละ
08.90 (1) พรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ
– พรมและสิ่งทอปูพื้นทำด้วยขนสัตว์ 30 20
– อื่นๆ นอกจากพรมและสิ่งทอปูพื้นทำด้วยขนสัตว์ 30 ยกเว้นภาษี

บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ

ระบบค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ เป็นบริการของกรมสรรพสามิตที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดอัตราอัตราภาษีของสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ โดยระบบจะค้นหาพิกัดอัตราอัตราภาษีที่ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าที่ผู้ใช้ระบุ พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีตามปริมาณ อัตราภาษีตามมูลค่า และโปรแกรมช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของสินค้า

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

หมายเลขแบบ ชื่อแบบ ดาวน์โหลด Pdf-icon.png
ภษ.01-04 คำขอจดทะเบียนสรรพสามิต
ภษ.01-05 คำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต คำขอย้ายหรือเลิกหรือโอนกิจการโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการ
ภษ 01-12 แบบรายงานภาษี
ภษ.01-15 คำขอชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำ สินค้า ออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ภษ.01-28 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ภษ.01-28/1 แบบคำขอยกเว้น สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บพักไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า
ภษ.01-35 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี
ภษ.01-42 งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายและยอดคงเหลือสินค้า
ภษ.01-44 แบบแจ้งราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

กรณีทราบราคาขายสุทธิ

พรม 1 ชิ้น ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย) ชิ้นละ 5,000 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 20

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = มูลค่า x อัตราภาษี
                       = (1 x 5,000) x 20/100
                       = 1,000 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 1,000 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 100 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 1,100 บาท

กรณียังไม่ทราบราคาขายสุทธิ

พรม 1 ชิ้น ราคา 5,000 บาท (ราคาต้นทุน + กำไรที่ยังไม่ได้รวมภาษีสรรพสามิต) อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 20

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม x อัตราภาษี)/(1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((5,000 x 1) x 0.20)/(1-(1.1 x 0.20))
                      = 1,282.05 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 1,282.05 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 128.21 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 1,410.26 บาท


กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

บริษัท เอ บี นำเข้าพรม 1 ผืน ราคา ซี.ไอ.เอฟ. 150,000 บาท (คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) อากรขาเข้า 15,000 บาท อากรพิเศษ 1,500 บาท และอัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 20

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต   = ((C.I.F. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม) x อัตราภาษี) / (1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((150,000 + 15,000 + 1,500) x 0.20) / (1-(1.1 x 20 / 100))
                       = 33,300 / 0.78
                       = 42,692.31  บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 42,692.31 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 4,269.23 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 46,961.54 บาท

พิกัดศุลกากร (Harmonize) สินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ

พิกัดศุลกากร (Harmonize) สินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ สำหรับการนำเข้า/ส่งออกสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการผ่านกรมศุลกากร และในการแจ้งขออนุญาตนำเข้า/ส่งออกสินค้า จำเป็นที่จะต้องทราบพิกัดของศุลกากร ดังนั้นเพื่อให้สามารถระบุพิกัดศุลกากร สำหรับการแจ้งขออนุญาตหรือชำระภาษีผ่านศุลกากรได้ จึงได้จับคู่พิกัดสินค้าของกรมสรรพสามิตกับพิกัดศุลกากรของสินค้าพรมและสิ่งทอปูพื้นอื่นๆ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 27 เมษายน 2560 เวลา 07:39