เครื่องปรับอากาศ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าเครื่องปรับอากาศ

ความหมายตามพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2527 ตอนที่ 3

  • เครื่องไฟฟ้า หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้ไฟฟ้า และให้รวมถึงสิ่งที่ใช้ประกอบกับไฟฟ้าหรือเกี่ยวกับไฟฟ้าด้วย
  • เครื่องปรับอากาศ หมายความว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นของอากาศให้เป็นไปตามความต้องการของพื้นที่หนึ่งๆ อาจเป็นห้อง หรือสถานที่ หรือภายในรถยนต์


ลักษณะของเครื่องปรับอากาศที่กรมสรรพสามิตทำการจัดเก็บภาษี มีดังนี้

  • Cooling Unit หรือ Fan Coil Unit หรือ Indoor Unit ซึ่งประกอบด้วยแผงส่งล่มเย็น (Evaporator) และพัดลมซึ่งขับด้วยมอเตอร์
  • Condensing Unit ซึ่งประกอบด้วยแผงระบายความร้อน (Condenser) พัดลมซึ่งขับด้วยมอเตอร์และคอมเพรสเซอร์ (Compressor) ทั้งนี้ให้รวมถึง Condensing Unit ที่มีการใช้แผงระบายความร้อนร่วมกัน แต่มีคอมเพรสเซอร์หลายตัว โดยที่คอมเพรสเซอร์แต่ละตัวสามารถทำความเย็นได้ไม่เกิน 72,000 บีทียูต่อชั่วโมง
  • เครื่องปรับอากาศแบบครบชุด ประกอบด้วย Cooling Unit และ Condensing Unit

เครื่องปรับอากาศประเภทต่างๆ

ตามคู่มือสินค้าเครื่องปรับอากาศของกรมสรรพสามิต เครื่องปรับอากาศ ประกอบด้วยพัดลมซึ่งขับด้วยมอเตอร์ และมีส่วนที่ใช้สำหรับเปลี่ยนอุณหภูมิ ไม่ว่าจะมีส่วนที่ใช้ควบคุมความชื้นด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยมีขนาดทำความเย็นไม่เกิน 72,000 บีทียูต่อชั่วโมง โดยแบ่งเครื่องปรับอากาศออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • เครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งในอาคาร
  • เครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งในรถยนต์

เครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งในอาคาร

แบบหน้าต่าง
  • แบบหน้าต่าง (Window Type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่รวม คอนเดนซิ่งยูนิต และแฟนคอยล์ยูนิตอยู่ในเครื่องเดียวกัน สามารถติดตั้งโดยการฝังที่กำแพงห้องโดยไม่ต้องเดินท่อน้ำยา
  • แบบตู้ติดตั้ง (Package Type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่มีลักษณะคล้ายตู้ มีขนาดสูง และมีกำลังลมที่แรง สามารถตั้งกับพื้นได้โดยไม่ต้องยึด
  • แบบเคลื่อนที่ (Movable Type) เครื่องปรับอากาศที่ไม่ต้องติดตั้งสามารถเข็นไปใช้ได้ทุกพื้นที่เสียบปลั๊กแล้วใช้ได้เลย
  • เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (Split Type) แยกเป็นสองส่วน คือ ส่วนทำความเย็นที่เรียกว่า แฟนคอยล์ยูนิต (Fan Coil Unit) จะเป็นส่วนที่อยู่ภายในห้อง ภายในประกอบด้วย อีวาพอเรเตอร์ (Evaporator) และอุปกรณ์ลดความดัน อีกส่วนคือ คอนเดนซิ่งยูนิต (Condensing Unit) จะตั้งอยู่ภายนอก ประกอบด้วยคอนเดนเซอร์ (Condensor) และคอมเพรสเซอร์ (Compressor) ทั้งสองส่วนจะต่อถึงกันโดยท่อน้ำยาเครื่องปรับอากาศ เครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนสามารถแบ่งประเภทตามลักษณะการติดตั้งแฟนคอยล์ยูนิตได้ ดังนี้
    • แบบแยกส่วนติดผนัง (Wall Type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่มีรูปแบบเล็กกะทัดรัด
    • แบบแยกส่วนตั้ง/แขวน (Ceiling/Floor Type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่สามารถเลือกการติดตั้งได้ทั้งตั้งพื้นและแขวนเพดาน ใช้งานได้หลายรูปแบบ
    • แบบแยกส่วนฝังเพดาน (Built-in Type) เป็นเครื่องปรับอากาศที่สามารถทำตู้ซ่อนหรือฝังเรียบไว้บนเพดานห้อง
    • แบบแยกส่วนส่งตามท่อ (Air Duct Type) เป็นเครื่องปรับอากาศระบบท่อ ที่มีการปรับอุณหภูมิและความชื้นที่เครื่องปรับอากาศส่วนกลาง แล้วส่งผ่านไปยังพื้นที่ปรับอากาศทางท่อลม

เครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งในรถยนต์

เครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งในรถยนต์เป็นเครื่องปรับอากาศสำหรับติดตั้งภายในรถยนต์เท่านั้น ใช้เครื่องยนต์เป็นตัวขับคอมเพรสเซอร์ โดยโรงงานผลิดรถยนต์ส่วนใหญ่จะออกแบบติดตั้งเครื่องปรับอากาศมาพร้อมกับรถยนต์

คุณลักษณะสินค้า

คุณลักษณะเครื่องปรับอากาศ
ลำดับที่ คุณลักษณะสินค้า ความหมาย
1 เครื่องหมายการค้าหลัก สัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 ให้ใส่ชื่อเครื่องหมายการค้าหลักของสินค้าหรือบริการ
2 เครื่องหมายการค้ารอง สัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตาม พรบ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543
3 ขนาดทำความเย็น (บีทียู/ชั่วโมง) ขนาดของเครื่องปรับอากาศ มีหน่วยเป็น บีทียู ต่อ ชั่วโมง (BTU/hr) (บีทียู เป็นหน่วยของความร้อน) เป็นค่าความสามารถในการลดพลังงานความร้อนของเครื่องปรับอากาศ โดยการลดพลังงานความร้อน 1 บีทียู จะทำให้น้ำบริสุทธิ์ที่หนัก 1 ปอนด์ (ประมาณ 453.6 มิลลิลิตร) เย็นลง 1 องศาฟาเรนไฮต์
4 รุ่น รุ่นโมเดลของเครื่องปรับอากาศ

แสตมป์เครื่องปรับอากาศ

ผู้ผลิตสินค้าเครื่องปรับอากาศ สามารถยื่นชำระภาษีสรรพสามิต ได้ 2 วิธี คือ

  1. ชำระภาษีแล้วรับแสตมป์ (จ่ายสด)
  2. ทำสัญญา วางประกันแล้วรับแสตมป์ ก่อนชำระภาษี (วางเงินประกัน แล้วจ่ายภายหลัง) เมื่อดำเนินการชำระภาษีสรรพสามิตแล้ว ผู้ผลิตจะได้รับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับปิดบนสินค้าเพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงว่าได้มีการชำระภาษีสรรพสามิตอย่างถูกต้อง

วิธีการใช้แสตมป์ มีดังนี้

  • เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Fancoil Unit ที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "FC" จำนวน 1 ดวง ที่ Fancoil Unit
  • เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Fancoil Unit ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "FC นำเข้า" จำนวน 1 ดวง ที่ Fancoil Unit
  • เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Condensing Unit ที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD" จำนวน 1 ดวง ที่ Condensing Unit
  • เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Condensing Unit ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD นำเข้า" จำนวน 1 ดวง ที่ Condensing Unit
  • เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่างที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD" จำนวน 1 ดวง ที่เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่าง
  • เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่างที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD นำเข้า" จำนวน 1 ดวงที่เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่าง
  • เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับรถยนต์ ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "AUTO" จำนวน 1 ดวง ที่ Fancoil Unit

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

พิกัดภาษีสรรพสามิตสินค้าเครื่องปรับอากาศ

ประเภทที่ รายการ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามมูลค่าร้อยละ ลดลงเหลือ/ยกเว้น ตามมูลค่าร้อยละ
ตอนที่ 3 เครื่องไฟฟ้า
"เครื่องไฟฟ้า" หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้า และให้รวมถึงสิ่งที่ใช้ประกอบไฟฟ้าหรือเกี่ยวกับไฟฟ้าด้วย
03.01 เครื่องปรับอากาศที่ประกอบด้วยพัดลมซึ่งขับด้วยมอเตอร์ และมีส่วนที่ใช้สำหรับเปลี่ยนอุณหภูมิ ไม่ว่าจะมีส่วนที่ใช้ควบคุมความชื้นด้วยหรือไม่ก็ตาม ที่มีขนาดทำความเย็นไม่เกิน 72,000 บีทียู/ชั่วโมง
03.01(1) (1) ชนิดใช้กับรถยนต์ 30 15
03.01(2) (2) อื่นๆนอกจาก (1) 30 ยกเว้นภาษี

บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้ารถยนต์

ระบบค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าเครื่องปรับอากาศ เป็นบริการของกรมสรรพสามิตที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดอัตราอัตราภาษีของสินค้าเครื่องปรับอากาศ โดยระบบจะค้นหาพิกัดอัตราอัตราภาษีที่ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าที่ผู้ใช้ระบุ พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีตามปริมาณ อัตราภาษีตามมูลค่า และโปรแกรมช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของสินค้า

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

หมายเลขแบบ ชื่อแบบ ดาวน์โหลด Pdf-icon.png
ภษ.01-04 คำขอจดทะเบียนสรรพสามิต
ภษ.01-05 คำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต
ภษ 01-12 แบบรายการภาษีสรรพสามิต
ภษ.01-14/1 แบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้ว
ภษ.01-14/2 แบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า
ภษ.01-28 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ภษ.01-28/1 แบบคำขอยกเว้น สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บพักไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า
ภษ.01-29 แบบรายการวัตุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า ที่จะขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิต
ภษ.01-29/1ก แบบแจ้งการตรวจสอบสินค้าและกำกับการขนสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี
ภษ.01-29/1ข แบบแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตปลายทางเพื่อตรวจสอบสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี
ภษ.01-29/1ค บัญชีรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตและบัญชีประจำวัน
ภษ.01-42 งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายและยอดคงเหลือสินค้า
ภษ.01-44 แบบแจ้งราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

กรณีทราบราคาขายสุทธิ

บริษัท แอร์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตเครื่องปรับอากาศสำหรับรถยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรมจำนวน 5 ชิ้น ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทย) ชิ้นละ 25,000 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต   = มูลค่า x อัตราภาษี
                       = (5 x 25,000) x 15/100
                       = 18,750

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 18,750 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 1,875 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 20,625 บาท

กรณียังไม่ทราบราคาขายสุทธิ

เครื่องปรับอากาศสำหรับรถยนต์ 5 ชิ้น ราคาชิ้นละ 25,000 บาท (ราคาต้นทุน + กำไรที่ยังไม่ได้รวมภาษีสรรพสามิต) อัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม x อัตราภาษี)/(1-(1.1 x อัตราภาษี))
                      = ((5 x 25,000) x 0.15) / (1 – (1.1 x 0.15))
                      = 22,455.08  บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 22,455.08 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10 ของภาษี = 2,245.50 บาท 24,700.58 บาท

กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

บริษัท แอร์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ราคา ซี.ไอ.เอฟ. 123,622.08 บาท (คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) อากรขาเข้า 12,362.20 บาท อากรพิเศษ 1,236.22 บาท และอัตราภาษีสรรพสามิตตามูลค่าร้อยละ 15

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต   = ((C.I.F. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม) x อัตราภาษี) / (1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((123,622.08 + 12,362.2 + 1,236.22) x 0.15)  x (1-(1.1 x 15/100))
                       = 20,583.07 / 0.835
                       = 24,650.38  บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 24,650.38 บาท พร้อมด้วยภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 2,465.038 บาท รวมภาษีที่ต้องชำระ = 27,115.41 บาท

พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ สินค้าเครื่องปรับอากาศ

เนื่องจากการนำเข้า/ส่งออกสินค้าเครื่องปรับอากาศ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการผ่านกรมศุลกากร ดังนั้นเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถระบุพิกัดศุลกากร สำหรับการแจ้งขออนุญาตหรือชำระภาษีผ่านศุลกากรได้ จึงได้จับคู่พิกัดภาษีสรรพสามิตกับพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์​ สำหรับสินค้าเครื่องปรับอากาศ ดังนี้

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 7 กันยายน 2558 เวลา 09:01