เข้าชมรายละเอียดของสินค้าไพ่ตามพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 คลิกที่นี่

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าไพ่

ความหมายตาม พระราชบัญญัติไพ่ พุทธศักราช 2486 คำว่า ไพ่ หมายความว่า ไพ่ซึ่งทำด้วยกระดาษหรือหนัง รวมถึงไพ่ซึ่งทำด้วยพลาสติก วัตถุจำพวกพลาสติก หรือวัตถุเทียมหนัง หรือซึ่งทำด้วยวัตถุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทั้งนี้กฎหมายจำแนกไพ่ออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • ไพ่ป๊อก
  • ไพ่อื่นๆ เช่น ไพ่ไทย ไพ่ผ่องจีน ไพ่สี่สี

ผู้ที่มีหน้าที่ชำระภาษีสรรพสามิตของสินค้าไพ่ สามารถแบ่งออกได้ ดังต่อไปนี้

  1. ผู้ผลิตไพ่
  2. ผู้นำไพ่เข้ามาในราชอาณาจักร

ไพ่ที่ทำในราชอาณาจักร ผู้ทำไพ่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี และมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมพร้อมประทับตราก่อนนำออกจากโรงงานไพ่ ถึงแม้เป็นไพ่ที่โรงงานไพ่ทำเองก็ต้องเสียค่าประทับตราไพ่ สำหรับผู้ผลิตไพ่ ของประเทศไทยมีเพียง โรงงานไพ่กรมสรรพสามิต เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตไพ่ได้

ประเภทของสินค้าไพ่

คุณลักษณะไพ่
ไพ่ไทย
ไพ่ผ่องจีน
ไพ่จีนสี่สี
  • ไพ่ป๊อก
    • ไพ่ป๊อกพลาสติก
      • ไพ่ป๊อกพลาสติกขอบทองและขอบอื่นๆ
      • ไพ่ป๊อกพลาสติกธรรมดา
    • ไพ่ป๊อกกระดาษ
    • ไพ่ป๊อกที่ทำด้วยวัสดุอื่นๆ
  • ไพ่อื่น

คุณลักษณะไพ่

ลำดับที่ คุณลักษณะสินค้า ความหมาย
1 ตรา/ยี่ห้อ ตราหรือยี่ห้อสินค้าไพ่
2 ทำมาจากวัสดุ วัสดุที่ใช้ทำไพ่ เช่น กระดาษ พลาสติก หนัง
3 จำนวนใบ จำนวนไพ่ นับเป็นใบ
4 จำนวนสำรับ จำนวนไพ่ นับเป็นสำรับ
5 ราคาขายต่อใบ ราคาขายไพ่ ต่อใบ
6 ราคาขายต่อสำรับ ราคาขายต่อสำรับ

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

  1. พระราชบัญญัติไพ่ พ.ศ. 2486
  2. พระราชบัญญัติไพ่ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2505
  3. พระราชบัญญัติไพ่ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2534
  4. กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2514) ออกตามความในพระราชบัญญัติไพ่ พ.ศ. 2486
  5. กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติไพ่ พ.ศ. 2486

อัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าไพ่

ผู้มีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียม
ไพ่ที่ทำในราชอาณาจักร
ผู้ทำไพ่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี และมีหน้าที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่ตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมพร้อมประทับตราก่อนนำออกจากโรงงานไพ่ ถึงแม้เป็นไพ่ที่โรงงานไพ่ทำเองก็ต้องเสียค่าประทับตราไพ่
ไพ่ที่ทำขึ้นมี 4 ชนิดได้แก่
  1. ไพ่ไทย(ไพ่ผ่องไทย) สำรับละ 120 ใบ
  2. ไพ่ผ่องจีน(มีรูปตัวหนังสือจีน) สำรับละ 116 ใบ
  3. ไพ่จีนสี่สี (รูปหนังสือจีนและพื้นตัวไพ่เป็นสี่สี คือ ขาว เขียว แดง เหลือง) สำรับละ 112 ใบ
  4. ไพ่ป๊อก สำรับละ 52 ใบ (ไม่รวมตัวโจ๊กซึ่งถือเป็นไพ่เหมือนกัน) ไพ่ป๊อกทำขึ้นจากวัสดุ 2 ชนิด คือกระดาษและพลาสติก
ไพ่ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเสียค่าธรรมเนียมสำหรับการประทับตราไพ่ พร้อมกับชำระอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ผู้มีหน้าที่เสียค่าธรรมเนียมได้แก่
  • ผู้นำไพ่เข้ามา
  • ผู้ยังให้นำไพ่เข้ามา การประทับตราไพ่ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตนำไพ่เข้ามาแสดงใบอนุญาตต่อพนักงานศุลกากรและนำไพ่ไปประทับตรา ณ สถานที่ที่อธิบดีก กำหนดภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับไพ่จากเจ้าพนักงานศุลกากร ซึ่งสถานที่ที่อธิบดี กำหนดในการประทับตราไพ่ คือ โรงงานไพ่ กรมสรรพสามิต
อัตราค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่
อัตราค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่และค่าธรรมเนียมขายไพ่เพื่อการค้า
3.1 ค่าธรรมเนียมประทับตราไพ่
ประเภทที่ รายการ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามมูลค่าร้อยละ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามปริมาณ
1 ไพ่ป๊อกทุกขนาดและทุกชนิด - 100 ใบ / 30 บาท
2 ไพ่อื่นทุกขนาดและทุกชนิด - 100 ใบ / 2 บาท
3.2 อัตราค่าธรรมเนียมการขายไพ่เพื่อการค้า (บังคับเฉพาะผู้ขายไพ่เพื่อการค้าต้องได้รับอนุญาตและเสียค่าธรรมเนียม)
  • ขายปลีก ปีละ 20 บำท
  • ขายส่ง ปีละ 100 บำท

หากใบอนุญาตหายหรือชำรุดต้องมีการออกใบแทน ขายปลีก 5 บาท ขายส่ง 10 บาท โดยใบอนุญาตมีอายุเพียงวันที่ 31 ธันวาคม ของปีที่ออกใบอนุญาต


บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าไพ่

ระบบค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าไพ่ เป็นบริการของกรมสรรพสามิตที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดอัตราอัตราภาษีของสินค้าไพ่ โดยระบบจะค้นหาพิกัดอัตราอัตราภาษีที่ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าที่ผู้ใช้ระบุ พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีตามปริมาณ อัตราภาษีตามมูลค่า และโปรแกรมช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของสินค้า

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

หมายเลขแบบ ชื่อแบบ ดาวน์โหลด Pdf-icon.png
สยพ.1 การขอใบอนุญาตขายสุรา ยาเส้น ยาสูบและไพ่
แบบ 1 คำขออนุญาตนำไพ่เข้ามาในราขอาณาจักร
พ. 01 แบบขอส่งไพ่ออกไปนอกราชอาณาจักร
งบเดือนไพ่ในประเทศ
ก.ส. 43-01 งบเดือนแสดงรายการรับ-จ่าย และยอดคงเหลือสินค้า

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

กรณีทราบราคาขายสุทธิ

บริษัท มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตรถจักรยานยนต์ออกจากโรงอุตสาหกรรม จำนวน 5 คัน ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย) ชิ้นละ 25,000 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 3

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = มูลค่า x อัตราภาษี
                       = (5 x 25,000) x 3/100
                       = 3,750 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 3,750 บาท พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 375 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 4,125 บาท

กรณียังไม่ทราบราคาขายสุทธิ

รถจักรยานยนต์ 3 คัน ราคาคันละ 20,000 บาท (ราคาต้นทุน + กำไรที่ยังไม่ได้รวมภาษีสรรพสามิต) อัตราภาษีสรรพสามิตตามูลค่าร้อยละ 3

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต  = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม x อัตราภาษี)/(1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((3 x 20,000) x 0.03)/(1-(1.1 x 0.03))
                      = 1,861.42 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 1,861.42 พร้อมด้วยภาษีเก็บเพิ่มเพื่อมหาดไทยร้อยละ 10 ของภาษี = 186.142 บาท รวมภาษีต้องชำระ = 2,047.56 บาท

กรณีนำเข้าจากต่างประเทศ

บริษัท มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ราคา ซี.ไอ.เอฟ. 123,622.08 บาท (คือ ราคาสินค้า + ค่าขนส่ง + ค่าประกันภัย) อากรขาเข้า 12,362.20 บาท อากรพิเศษ 1,236.22 บาท และอัตราภาษีสรรพสามิตตามูลค่าร้อยละ 3

วิธีการคำนวณ

ภาษีสรรพสามิต   = ((C.I.F. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม) x อัตราภาษี) / (1-(1.1 x อัตราภาษี))
                       = ((123,622.08 + 12,362.2 + 1,236.22) x 0.03)  x (1-(1.1 x 3/100))
                       = 4,116.615 / 0.967
                       = 4,257.09 บาท

จะต้องชำระภาษีสรรพสามิต = 4,257.09 บาท พร้อมด้วยภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทยร้อยละ 10 ของค่าภาษี = 425.70 บาท รวมภาษีที่ต้องชำระ = 4,682.79 บาท


พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ สินค้าไพ่

เนื่องจากการนำเข้า/ส่งออกสินค้าไพ่ จำเป็นที่จะต้องดำเนินการผ่านกรมศุลกากร ดังนั้นเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถระบุพิกัดศุลกากร สำหรับการแจ้งขออนุญาตหรือชำระภาษีผ่านศุลกากรได้ จึงได้จับคู่พิกัดภาษีสรรพสามิตกับพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์​ สำหรับสินค้าไพ่ ดังนี้

แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20 เมษายน 2560 เวลา 11:43