ผลต่างระหว่างรุ่นของ "แบตเตอรี่"

จาก สารานุกรมสรรพสามิต
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา
(บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่)
(พิกัดภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่)
แถว 77: แถว 77:
 
|-
 
|-
 
| 08.90(4)(4.1)
 
| 08.90(4)(4.1)
| (4.1) แบตเตอรี่
+
| width="480px" |(4.1) แบตเตอรี่
| align="center" | 30
+
| width="280px" align="center" | 30
| align="center" | 10
+
| width="240px" align="center" | 10
|-
+
|- style="vertical-align:top;"
 
| 08.90(4)(4.2)
 
| 08.90(4)(4.2)
| (4.2) แบตเตอรี่ที่ใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตจากแบตเตอรี่ที่ได้เสียภาษีสรรพสามิต
+
|(4.2) แบตเตอรี่ที่ใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตจากแบตเตอรี่ที่ได้เสียภาษีสรรพสามิต
 
| align="center" | 30
 
| align="center" | 30
 
| align="center" | 5
 
| align="center" | 5
 
|}
 
|}
 +
 
== บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่ ==
 
== บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่ ==
  

รุ่นเมื่อ 04:24, 17 กรกฎาคม 2558

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าแบตเตอรี่

ความหมายทั่วไปของสินค้าแบตเตอรี่

แบตเตอรี่

เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเปลี่ยน พลังงานเคมีที่เก็บไว้เป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการใช้งานได้เป็น 4 ชนิดดังนี้

  1. แบตเตอรี่ปฐมภูมิ เป็นแบตเตอรี่ที่เมื่อผ่านการใช้แล้วไม่สามารถนำกลับมาชาร์จประจุเพื่อกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือที่มักเรียกกันว่า “ถ่าน” มีอยู่หลายชนิด เช่น ถ่านอัลคาไลน์ ถ่านลิเทียม เป็นต้น แบตเตอรี่แบบนี้มีหลายขนาด ใช้ในวิทยุ นาฬิกา เก็บพลังงานได้สูง อายุการใช้งานสูง แต่เมื่อถูกใช้หมดจะกลายเป็นขยะมลพิษ
  2. แบตเตอรี่ทุติยภูมิ เป็นแบตเตอรี่ที่เมื่อผ่านการใช้แล้วสามารถนำกลับมาชาร์จประจุเพื่อกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่มือถือ และถ่านรุ่นใหม่ๆ เป็นต้น
  3. แบตเตอรี่เชิงกล เป็นแบตเตอรี่ที่เมื่อผ่านการใช้แล้วนำกลับมาชาร์จประจุใหม่ได้ โดยการเปลี่ยนขั้วอิเล็กโทรดขั้วลบของแบตเตอรี่ที่ใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้มีการชาร์จประจุอย่างรวดเร็ว เช่น แบตเตอรี่ชนิดอลูมิเนียม-อากาศ
  4. แบตเตอรี่ผสม เป็นแบตเตอรี่ที่มีเซลล์ของเชื้อเพลิงผสมอยู่ โดยขั้วอิเล็กโทรดข้างหนึ่งเป็นก๊าซและอีกข้างหนึ่งเป็นขั้วของตัวมันเอง เช่น แบตเตอรี่ชนิดซิงค์-โบรมีน

ความหมายสินค้าแบตเตอรี่ของกรมสรรพสามิต
แบตเตอรี่ คืออุปกรณ์ที่บรรจุพลังงานไฟฟ้าในรูปของพลังงานเคมีแล้วจ่ายเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงออกไปใช้งาน ประเภทของแบตเตอรี่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ แบตเตอรี่แห้ง (Dry Cell) และ แบตเตอรี่น้ำ (Storage Battery)

  1. แบตเตอรี่แห้ง (Dry Cell) มีคุณสมบัติในการให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากการแปลงผันพลังงานโดยกระบวนการเคมีไฟฟ้า เมื่อใช้งานจนหมดหรือพลังไฟฟ้าหมด มักต้องทิ้งไปไม่สามารถนำไปบรรจุไฟฟ้ากลับให้เต็มใหม่ได้ เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่คอมพิวเตอร์ แบตเตอรี่มือถือ มีทั้งใช้แล้วทิ้งและสามารถนำมาบรรจุไฟฟ้าใหม่ (Recharge) ได้
  2. แบตเตอรี่น้ำ (Storage Battery) มีคุณสมบัติในการใช้งานคือ เมื่อใช้แบตเตอรี่พลังงานเคมีภาพในแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงจ่ายกระแสไฟตรงออกมา และเมื่อใช้งานจนไฟฟ้าหมดหรือเลิกใช้งาน สามารถนำแบตเตอรี่ไปบรรจุไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ เพื่อปรับสภาพทางเคมีให้กลับสู่สภาพเดิมได้ หรือสามารถใช้งานแบตเตอรี่กลับไปกลับมาได้เป็นเวลานานจนกว่าแบตเตอรี่น้ำนั้นจะเสื่อมสภาพ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่เรือยนต์

คุณลักษณะแบตเตอรี่

คุณลักษณะแบตเตอรี่
ลำดับที่ คุณลักษณะสินค้า ความหมาย
1 ชื่อ ชื่อหรือชนิดของแบตเตอรี่
2 จำนวน จำนวนของสินค้าแบตเตอรี่
3 มูลค่าสินค้า มูลค่าของสินค้าแบตเตอรี่
4 ราคาขายปลีก ตามร่างประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิต “ราคาขายปลีก” หมายความว่า ราคาขายต่อหน่วยที่ขายตรงให้แก่ผู้บริโภคทั่วไปรายสุดท้ายโดยสุจริตและเปิดเผยในตลาดปกติ
5 ราคาขายปลีกแนะนำ ตามร่างประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิต “ราคาขายปลีกแนะนำ” หมายความว่า ราคาขายปลีกแนะนำที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า กำหนดให้เป็นราคาขายต่อผู้บริโภคทั่วไปรายสุดท้ายโดยสุจริตและเปิดเผยในตลาดปกติ โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้ที่องค์กรของรัฐบาลเสียแทนผู้ขายสินค้าตามประมวลรัษฎากร และภาษีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่ในปัจจุบัน มีดังต่อไปนี้

พิกัดภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่

ประเภทที่ รายการ อัตราภาษีที่ใช้ในการจัดเก็บตามมูลค่าร้อยละ ลดลงเหลือ/ยกเว้น ตามมูลค่าร้อยละ
ตอนที่ 8 สินค้าอื่นๆ
สินค้าอื่นๆนอกจากตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 7 ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษีกา
08.90(4) แบตเตอรี่
08.90(4)(4.1) (4.1) แบตเตอรี่ 30 10
08.90(4)(4.2) (4.2) แบตเตอรี่ที่ใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตจากแบตเตอรี่ที่ได้เสียภาษีสรรพสามิต 30 5

บริการค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่

ระบบค้นหาพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าแบตเตอรี่ เป็นบริการของกรมสรรพสามิตที่ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไป ในการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพิกัดอัตราอัตราภาษีของสินค้าแบตเตอรี่ โดยระบบจะค้นหาพิกัดอัตราอัตราภาษีที่ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าที่ผู้ใช้ระบุ พร้อมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น อัตราภาษีตามปริมาณ อัตราภาษีตามมูลค่า และโปรแกรมช่วยคำนวณภาษีสรรพสามิตที่พึงชำระของสินค้า

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

หมายเลขแบบ ชื่อแบบ ดาวน์โหลด Pdf-icon.png
ภษ.01-04 คำขอจดทะเบียนสรรพสามิต
ภษ.01-05 แบบคำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิต คำขอย้ายหรือเลิกหรือโอนกิจการโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการ
ภษ.01-12 แบบรายการภาษีสรรพสามิต
ภษ.01-15 แบบคำขอชำระภาษีภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน
ภษ.01-28 แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษี สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ภษ.01-28/1 แบบคำขอยกเว้น สำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยจะนำไปเก็บไว้ที่สถานที่เก็บสินค้า
ภษ.01-29 แบบรายการวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิต
ภษ.01-29/1ก แบบแจ้งการตรวจสอบสินค้าและกำกับการขนสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี
ภษ.01-29/1ข แบบแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตปลายทางเพื่อตรวจสอบสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี
ภษ.01-29/1ค แบบบัญชีรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตและบัญชีประจำวัน
ภษ.01-30 แบบคำขอหักลดหย่อนภาษีสรรพสามิต สำหรับวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า
ภษ.01-34 แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีสรรพสามิต
ภษ.01-35 แบบคำขอยกเว้นหรือคืนภาษี
ภษ.01-37 แบบคำขอและการอนุญาตทำลายสินค้าที่เสียหาย หรือเสื่อมคุณภาพจนใช้การไม่ได้
ภษ.01-38 แบบรายการสินค้าที่เสียหายหรือเสื่อมคุณภาพจนใช้การไม่ได้
ภษ.01-39 แบบคำขอรับคืนภาษีสำหรับสินค้าที่เสียหายหรือเสื่อมคุณภาพจนใช้การไม่ได้
ภษ.01-42 แบบงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่ายและยอดคงเหลือสินค้า
ภษ.01-44 แบบแจ้งราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม
บต.01 แบบคำขอยกเว้นภาษีสรรพสามิต สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร
บต.02 แบบคำขอลงทะเบียนและใบลงทะเบียนเป็นผู้ใช้แบตเตอรี่ที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบ

ในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร

บต.03-01 แบบบัญชีประจำวันแสดงการรับ การจ่าย และจำนวนคงเหลือวัตถุดิบแบตเตอรี่ที่ได้รับการยกเว้นภาษี
บต.03-02 แบบบัญชีประจำวันแสดงการผลิต การจำหน่ายและจำนวนคงเหลือสิ่งของอื่นที่ใช้แบตเตอรี่เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบ
บต.03-02ก แบบบัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายแบตเตอรี่ที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต
บต.04 แบบงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบแบตเตอรี่ การผลิต การจำหนายและยอดคงเหลือสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร
บต.04ก แบบงบเดือนแสดงการรับ การจ่าย และยอดคงเหลือแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสิ่งของอื่นเพื่อการส่งออกนอกราชอาณาจักร

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี

กรณีที่ผลิตในประเทศ
บริษัท แบตเตอรี่ไทยแลนด์ จำหน่ายแบตเตอรี่ จำนวน 40 ลูก ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย) ลูกละ 150 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 10

ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
                       = (40 x 150) x 10/100
                       = 600 บาท

กรณีที่คำนวณภาษีแบบแยกนอก
บริษัท แบตเตอรี่ไทยแลนด์ จำหน่ายแบตเตอรี่ จำนวน 40 ลูก ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ไม่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อกระทรวงมหาดไทย) ลูกละ 133.50 บาท อัตราภาษีสรรพสามิตตามมูลค่าร้อยละ 10

ภาษีสรรพสามิต = ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม x อัตราภาษี/1-(1.1x อัตราภาษี)
                       = (133.50 x 40) x 0.10 / 1–(1.1 x 0.10)
                       = 600 บาท