ผลต่างระหว่างรุ่นของ "แบตเตอรี่"

จาก สารานุกรมสรรพสามิต
ข้ามไปยัง: นำทาง, ค้นหา
แถว 4: แถว 4:
 
พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ตอนที่ 8 สินค้าอื่น ๆ (4) แบตเตอรี่ ปัจจุบันในการเสียภาษีอ้างอิงตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527, ประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 และวันที่ 25 มิถุนายน 2540 (กรมสรรพสามิต: http://www.excise.go.th/KNOWLEDGE/GOODS_KNOW/BATTERY/index.htm)
 
พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ตอนที่ 8 สินค้าอื่น ๆ (4) แบตเตอรี่ ปัจจุบันในการเสียภาษีอ้างอิงตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527, ประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 และวันที่ 25 มิถุนายน 2540 (กรมสรรพสามิต: http://www.excise.go.th/KNOWLEDGE/GOODS_KNOW/BATTERY/index.htm)
  
===ความหมายของสินค้าแบตเตอรี่ของกรมสรรพสามิต===
+
==กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง==
ความหมายของสินค้าแบตเตอรี่  แบตเตอรี่ คือ อุปกรณ์ที่บรรจุพลังงานไฟฟ้าในรูปของพลังงานเคมี แล้วจำยเป็นพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงออกไปใช้งาน ประเภทของแบตเตอรี่ แบํงออกเป็น 2ประเภท ได้แกํ แบตเตอรี่แห้ง (Dry Cell) และแบตเตอรี่น้ำ (Storage Battery) พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ตอนที่ 8 สินค้าอื่น ๆ (4) (กรมทหารสื่อสาร: http://signal.rta.mi.th/smpd/smpdsf/Interest/Magazine/training.html)
+
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสินค้าแบตเตอรี่ความหมายทั่วไปของสินค้าแบตเตอรี่ แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์ที่สามารถเปลี่ยนพลังงานเคมีที่เก็บไว้เป็นพลังงานไฟฟ้า ได้มีการค้นพบว่า มีการใช้แบตเตอรี่ตั้งแต่สมัยบาบิโลเนียน เมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสตศักราช แต่แบตเตอรี่ที่มีใช้ในปัจจุบัน เป็นการค้นคว้าทดลองของนักวิทยาศาสตร์เมื่อ 200 ปีที่แล้ว ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการใช้งานได้เป็น 4 ชนิดคือ แบตเตอรี่ปฐมภูมิ, แบตเตอรี่ทุติยภูมิ, แบตเตอรี่เชิงกล, แบตเตอรี่ผสม.
+
  
===กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตแบตเตอรี่ มีดังต่อไปนี้===
 
  
 +
==แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล==
  
==พิกัดภาษีสรรพสามิตแบตเตอรี่==
+
==การคำนวณภาษี==
การคานวณภาษี/ฐานภาษี
+
{{การคำนวณภาษี}}
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามอัตราที่กาหนด โดยคำนวณภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้
+
===ตัวอย่างการคำนวณภาษี===
 
+
  ภาษีสรรพสามิต  = มูลค่า x อัตราภาษี
+
                          = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + อัตราภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต
+
                          = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม x อัตราภาษีสรรพสามิต1 - (1.1 𝑥 อัตราภาษีสรรพสามิต)
+
 
+
*หากระบุอัตราภาษีทั้งตามปริมาณและตามมูลค่า ให้คำนวณค่าภาษีสรรพสามิตทั้ง 2 อัตราก่อน และให้ใช้อัตราที่คิดได้สูงกว่า
+
 
+
  ตัวอย่างการคำนวณภาษีแบบแยกออก
+
              ภาษีสรรพสามิต = ราคาขาย ณ โรงงานอุตสาหกรรม x อัตราภาษี /1 - (1.1x อัตราภาษี)
+
 
+
*วิธีการคานวณภาษีแบตเตอรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
+
ผู้นำเข้ามีหน้าที่เสียภาษีในอัตราภาษีที่กาหนดโดยให้ถือมูลค่า คือ ราคา C.I.F. ของสินค้าบวก
+
ด้วยอากรค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ตามที่จะได้กาหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ไม่รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม
+
            ภาษีสรรพสามิต = มูลค่าดังกล่าว x อัตราภาษีสรรพสามิต
+
                                  = 𝐶.𝐼.𝐹. + อากรขาเข้า + ภาษีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ไม่รวมถึงภาษีมูลค่า x อัตราภาษี /1 - (1.1 x อัตราภาษี)
+
 
+
==ประเภทสินค้าและคุณสมบัติของแบตเตอรี่==
+
 
+
==ประเภทสินค้า==
+
===ประเภทสินค้าแบตเตอรี่พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต===
+
ประเภทแบตเตอรี่ที่แบํงโดยกรมสรรพสามิต มี 2 ประภทคือ
+
(กรมสรรพสามิต: http://www.excise.go.th/KNOWLEDGE/GOODS_KNOW/BATTERY/index.htm)
+
'''แบตเตอรี่แห๎ง (Dry Cell)''' มีคุณสมบัติในการให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากการแปลงผันพลังงาน โดยกระบวนการเคมีไฟฟ้า เมื่อใช้งานจนหมดหรือพลังไฟฟ้าหมดมักต้องทิ้งไป ไมํสามารถนำไปบรรจุไฟฟ้ากลับให้เต็มใหมํได้ เช่น ถำนไฟฉาย แบตเตอรี่คอมพิวเตอร์ แบตเตอรี่มือถือ มีทั้งใช้แล้วทิ้ง และสามารถนำมาบรรจุไฟฟ้าใหมํ (Recharge) ได้
+
 
+
'''แบตเตอรี่น้ำ (Storage Battery)''' มีคุณสมบัติในการใช้งานคือ เมื่อใช้แบตเตอรี่พลังงานเคมีภาพในแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงจ่ายกระแสไฟตรงออกมา และเมื่อใช้งานจนไฟฟ้าหมดหรือเลิกใช้งาน สามารถนำแบตเตอรี่ไปบรรจุไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ เพื่อปรับสภาพทางเคมีให้กลับสู่สภาพเดิมได้ หรือสามารถใช้งานแบตเตอรี่กลับไปกลับมาได้เป็นเวลานานจนกวำแบตเตอรี่น้ำนั้นจะเสื่อมสภาพ เชํน แบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่เรือยนต์
+
 
+
===ประเภทสินค้าแบตเตอรี่ตามชนิดของสินค้า===
+
ประเภทของแบตเตอรี่ แบ่งออก 2 ประเภทหลัก
+
1. ประเภทแบตเตอรี่ที่แบ่งโดยกรมสรรพสามิต
+
2. ประเภทแบตเตอรี่แบ่งโดยกรมทหารสื่อสาร
+
 
+
===ประเภทแบตเตอรี่ที่แบ่งโดยกรมสรรพสามิต===
+
แบตเตอรี่ ประเภทนี้สามารถแบ่งออกเป็น  2 ประเภท
+
1. แบตเตอรี่แห้ง (Dry Cell) มีคุณสมบัติในการให้กำเนิดพลังงานไฟฟ้ากระแสตรงที่ได้จากการแปลงผันพลังงาน โดยกระบวนการเคมีไฟฟ้า เมื่อใช้งานจนหมดหรือพลังไฟฟ้าหมดมักต้องทิ้งไป ไม่สามารถนำไปบรรจุไฟฟ้ากลับให้เต็มใหม่ได้ เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่คอมพิวเตอร์ แบตเตอรี่มือถือ มีทั้งใช้แล้วทิ้งและสามารถนำมาบรรจุไฟฟ้าใหม่ (Recharge) ได้
+
 
+
2. แบตเตอรี่น้ำ (Storage Battery) มีคุณสมบัติในการใช้งานคือ เมื่อใช้แบตเตอรี่พลังงานเคมีภาพในแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงจ่ายกระแสไฟตรงออกมา และเมื่อใช้งานจนไฟฟ้าหมดหรือเลิกใช้งาน สามารถนำแบตเตอรี่ไปบรรจุไฟฟ้าเพิ่มเติมได้ เพื่อปรับสภาพทางเคมีให้กลับสู่สภาพเดิมได้ หรือสามารถใช้งานแบตเตอรี่กลับไปกลับมาได้เป็นเวลานานจนกว่าแบตเตอรี่น้ำนั้นจะเสื่อมสภาพ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่เรือยนต์
+
 
+
===ประเภทแบตเตอรี่ที่แบ่งโดยกรมทหารสื่อสาร===
+
แบตเตอรี่ ประเภทนี้สามารถแบ่งออกเป็น  4 ประเภท
+
 
+
1. แบตเตอรี่ปฐมภูมิ แบ่งย่อย 4 ประเภท เป็นแบตเตอรี่ที่เมื่อผ่านการใช้แล้วไม่สามารถนำกลับมาชาร์จประจุเพื่อกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือที่มักเรียกกันว่า “ถ่าน” มีอยู่หลายชนิด เช่น ถ่านอัลคาไลน์ ถ่านลิเทียม เป็นต้น แบตเตอรี่แบบนี้มีหลายขนาด ใช้ในวิทยุ นาฬิกา เก็บพลังงานได้สูง อายุการใช้งานสูง แต่เมื่อถูกใช้หมดจะกลายเป็นขยะมลพิษ (http://signal.rta.mi.th/smpd/smpdsf/Interest/Magazine/training.html)ถ่านไฟฉายทั่วๆ ไปจะมีหลักการทำงานคร่าวๆ คือ ใช้คาร์บอนเป็นขั้วบวก หุ้มด้วยแอมโมเนียมคลอไรด์ และเคลือบด้านนอกด้วยสังกะสีซึ่งเป็นขั้วลบ เมื่อมีปฏิกิริยาทางเคมีเกิดขึ้นจะให้อิเล็กตรอนออกมา และเปลี่ยนพลังงานเคมีเป็นพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง แต่ถ้าปฏิกิริยาเคมีดังกล่าวเกิดการย้อนกลับก็จะทำให้เราสามารถประจุไฟเข้าไปในแบตเตอรี่ใหม่ได้หรือที่เรียกว่าการรีชาร์จนั่นเอง แต่ถ่านคาร์บอนเคลือบสังกะสีในประเภทนี้เป็นถ่านไฟฉายรุ่นแรกๆ ที่ไม่สามารถจะรีชาร์จได้ และในปัจจุบันก็ได้มีถ่านประเภทอื่นๆ ออกมาแทนที่จำนวนมาก
+
1.1 ถ่านอัลคาไลน์แบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable alkaline cells)
+
1.2 ถ่านอัลคาไลน์รีชาร์จ (Rechargeable alkaline)
+
1.3 ถ่านลิเธียม (Lithium cells)
+
1.4 ถ่านนิกเกิลแคดเมียมหรือนิแคด(Nickel-cadmium-cells,Nicads)
+
2. แบตเตอรี่ทุติยภูมิ เป็นแบตเตอรี่ที่เมื่อผ่านการใช้แล้วสามารถนำกลับมาชาร์จประจุเพื่อกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น แบตเตอรี่รถยนต์ แบตเตอรี่มือถือ และถ่านรุ่นใหม่ๆ เป็นต้น
+
3. แบตเตอรี่เชิงกล เป็นแบตเตอรี่ที่เมื่อผ่านการใช้แล้วนำกลับมาชาร์จประจุใหม่ได้ โดยการเปลี่ยนขั้วอิเล็กโทรดขั้วลบของแบตเตอรี่ที่ใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้มีการชาร์จประจุอย่างรวดเร็ว เช่น แบตเตอรี่ชนิดอลูมิเนียม-อากาศ
+
4. แบตเตอรี่ผสม เป็นแบตเตอรี่ที่มีเซลล์ของเชื้อเพลิงผสมอยู่ โดยขั้วอิเล็กโทรดข้างหนึ่งเป็นก๊าซและอีกข้างหนึ่งเป็นขั้วของตัวมันเอง เช่น แบตเตอรี่ชนิดซิงค์-โบรมีน
+
 
+
==คุณสมบัติ==
+
คุณสมบัติของแบตเตอรี่แบ่งออกเป็น ส่วนประกอบต่างๆ แต่ละส่วนได้
+
- ขั้วแบตเตอรี่(Pole) ประกอบไปด้วยขั้วบวก และขั้วลบ http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?ID=74295
+
  แผ่นธาตุลบ (Negative Plate)เป็นส่วนสำคัญช่วนในการเก็บกระแสไฟ www.yuasathai.com
+
  แผ่นกั้น( Separator & Glass mat) ทำด้วยวัตถุที่เป็นฉนวน เช่นสังเคราะห์ยาง พลาสติก ด้านหนึ่งเป็นรูปคลื่นเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำกรดและทำให้น้ำยากระจายทั่วแผ่น ป้องกันไม่ให้ขั้วบวกขั้วลบแตะกัน ป้องกันการลัดวงจร www.yuasathai.com
+
- แผ่นธาตุบวก (Positive Plate)แผ่นธาตุบวกเป็นสารเลดเปอร์ออกไซด์มีสีน้ำตาลแก่เป็นส่วนสำคัญช่วยเก็บประจุไฟ  แผ่นบวกที่ดีควรมีรูพรุนมากเพื่อให้น้ำกรดเข้าทำปฎิกริยาได้มาก www.yuasathai.com
+
- จุกปิด (Vent plugs)จุกปิดทำหน้าที่ระบายความร้อน และแก๊สที่เกิดขึ้นในขณะใช้งาน ทำด้วยยางแข็ง หรือพลาสติก
+
- เปลือกหม้อและฝาหม้อ(Container & Lid)เปลือกหม้อและฝาหม้อ ทำด้วยยางหรือพลาสติกเป็นฉนวนและมีความทนทานต่อความร้อนเย็น
+
- สติ๊กเกอร์การรับประกัน สติ๊กเกอร์การรับประกันที่ติดอยู่บนฝาแบตเตอรี่ทุกลูกนั้น ร้านค้าผู้จำหน่ายต้องใช้งานให้ถูกวิธี เพื่อผลของการส่งเคลม อาทิ ร้านค้าต้องลอกสติ๊กเกอร์ของช่อง เดือน และปี ที่แบตเตอรี่ลูกนั้นถูกจำหน่ายออก เพื่อทราบระยะเวลาของการใช้งานจริง
+
- ฉลากมาตราฐานJIS (มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมญี่ปุน หรือJapanese Industrial Standards (JIS))ฉลากมาตราฐานJISเป็น ตัวอักษรที่ใช้เรียกเป็นชื่อรุ่นแบตเตอรี่ในแต่ละรุ่นนั้น ได้ถูกกำหนดขึ้นตามมาตราฐานJIS โดยแต่ละตัวมีที่มาและมีความหมายเกี่ยวข้องกับตัวแบตเตอรี่ รหัสตัวอักษรและตัวเลขที่ปรากฎบนฝาของแบตเตอรี่นั้น เป็นตัวบอกถึง วัน - เดือน - ปี ผลิตของแบตเตอรี่แต่ละลูก ซึ่งจะมีประโยชน์กับร้านค้าด้านการบริหารการจำหน่าย ก่อน - หลัง และการส่งเคลม
+
 
+
 
+
===คุณสมบัติเพื่อประโยชน์ในการคิดภาษีสรรพสามิต===
+
=โครงสร้างข้อมูล และความเชื่อมโยงข้อมูลสินค้าและบริการที่มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต=
+
สินค้าแบตเตอรี่ที่มีการจัดเก็บภาษีของกรมสรรพสามิต ดังแสดงในรูปที่ 2-3โดยการจำแนกประเภทดังกล่าวได้พิจารณาถึงความสอดคล้องกับพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (อ้างอิงประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิตจากร้อยละ 30 เหลือ 5 - สำหรับแบตเตอรี่ที่ใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตจากแบตเตอรี่ ที่ได้เสียภาษีแล้วลงวันที่ 25 มิถุนายน 2540และ ประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิตลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต(จากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 10)ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2540) พิกัดภาษีศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ มาตรฐานสากล รวมถึงประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูล และการนำไปใช้ในการวางแผนและตัดสินใจของกรมสรรพสามิต
+
 
+
[[ไฟล์:tax.jpg]]
+
 
+
===คุณสมบัติอื่นๆ เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูล===
+
คุณสมบัติทั้งหมดของสินค้ารแบตเตอรี่ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของกรมสรรพสามิต เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและการจัดเก็บภาษี
+
 
+
[[ไฟล์:ตัวอย่าง.jpg]]
+

รุ่นเมื่อ 08:53, 27 มิถุนายน 2558

ความรู้ทั่วไปของแบตเตอรี่

ความรู้ทั่วไปของแบตเตอรี่

พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ตอนที่ 8 สินค้าอื่น ๆ (4) แบตเตอรี่ ปัจจุบันในการเสียภาษีอ้างอิงตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527, ประกาศกระทรวงการคลังลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2540 และวันที่ 25 มิถุนายน 2540 (กรมสรรพสามิต: http://www.excise.go.th/KNOWLEDGE/GOODS_KNOW/BATTERY/index.htm)

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องและวิธีการกรอกข้อมูล

การคำนวณภาษี

เนื่องจาก ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ความหมาย มูลค่า ตาม ม.8 ในกรณีต่างๆ ตามกฎหมายจึงสรุปได้ดังนี้

กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

วิธีการคำนวณภาษีที่ผลิตในราชอาณาจักร ม.8(1)

ม.8(1) การเสียภาษีตามมูลค่า ให้ถือมูลค่าตามราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม โดยรวมภาษีสรรพสามิตที่พึงต้องชำระ
ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม หมายถึง ต้นทุน + กำไร โดยที่ไม่รวมภาษี
มูลค่า = ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย
ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี
ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต    

โดย มูลค่า คือ ราคาขายที่รวมภาษีสรรพสามิตและภาษีเพื่อมหาดไทยที่พึงต้องชำระ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า มูลค่า คือ ราคาที่รวมภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ซึ่งจะเป็นราคาขายก่อนรวมภาษีมูลค่าเพิ่มนั่นเอง

แต่ถ้ายังไม่ทราบราคาดังกล่าวหรือราคาขาย ซึ่งจะพบในกรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมรายใหม่หรือจะเริ่มผลิตสินค้าใหม่ ที่ยังไม่สามารถตั้งราคาที่รวมภาษีที่พึงต้องชำระ แต่ทราบแต่ราคาที่ยังไม่รวมภาษีสรรพสามิตพึงต้องชำระ (คือต้นทุน + กำไร เท่านั้น) สามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้จากสูตร

สูตร	ภาษีสรรพสามิต	= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรมที่ยังไม่รวมภาษี × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ดังนั้น หากทราบราคาขายสุทธิที่รวม VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) แล้ว สามารถใช้ราคาดังกล่าว หัก VAT ออก ซึ่งเป็นราคาที่รวมถึงภาระภาษีสรรพสามิต และภาษีเพื่อมหาดไทยแล้ว ฉะนั้น จึงสามารถคำนวณภาษีสรรพสามิตได้ ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า X อัตราภาษีสรรพสามิต


หากยังไม่ทราบค่าภาษีสรรพสามิต แล้วจะคำนวณค่าภาษีได้อย่างไร ?

สูตรได้จากการแก้สมการเพื่อคำนวณค่าภาษีสรรพสามิต ดังนี้

	ภาษีสรรพสามิต = มูลค่า x อัตราภาษี

ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย) x อัตราภาษีสรรพสามิต

สมมุติสัญลักษ์ ภาษีสรรพสามิต = T , ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม = A , อัตราภาษี = R

แทนค่า

T = (A + T + 10%T) x R
T = (A + T + 0.1T) x R
T = (A + 1.1T)R
T = AR + 1.1TR
T - 1.1TR = AR
T(1 - 1.1R) = AR
T = AR/(1-1.1R)

ดังนั้น แทนค่าสัญลักษณ์ได้ดังนี้ ภาษีสรรพสามิต = (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1 × อัตราภาษี)) จึงได้สูตรการคำนวณภาษี สำหรับกรณีที่ยังไม่ทราบมูลค่า ซึ่งทราบแต่ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ต้นทุน + กำไร) ที่ยังไม่รวมภาระภาษี จะคำนวณหาค่าภาษีสรรพสามิต ได้ดังนี้

สูตร  ภาษีสรรพสามิต		= (ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษี)/(1-(1.1  × อัตราภาษี))

กรณีสินค้านำเข้า ม.8(3) วิธีการคำนวณภาษีกรณีสินค้านำเข้า ม.8(3)

มูลค่า = ราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้า + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน + ภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดใน พ.ร.ฎ. แต่ไม่รวมถึง VAT + ภาษีสรรพสามิต + ภาษีเพื่อมหาดไทย

ดังนั้น ภาษีสรรพสามิต = (มูลค่า ดังกล่าว) x อัตราภาษีสรรพสามิต โดยสามารถแก้สมการในทำนองเดียวกับกรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร จึงได้สูตรการคำนวณภาษีสรรพสามิต ดังนี้

สูตร	 ภาษีสรรพสามิต	= ((C.I.F + อากรขาเข้า + ค่าธรรมเนียมอื่นไม่รวม VAT)× อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1- (1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต) )

การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า การคำนวณภาษีสรรพสามิตตามมูลค่า กรณีสินค้าผลิตในราชอาณาจักร

ภาษีสรรพสามิต 		= 	มูลค่า x อัตราภาษีสรรพสามิต
           หรือ 	ภาษีสรรพสามิต		=	(ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม × อัตราภาษีสรรพสามิต)/(1-(1.1 × อัตราภาษีสรรพสามิต))

ตัวอย่างการคำนวณภาษี